สองขาพาเที่ยว ตอน อาสนวิหารอัสสัมชัญ และโบสถ์ซางตาครู้ส

ช่วงเย็นหลังเสร็จภารกิจสัมมนา  ผมมาเดินเล่นแถวบางรักเพื่อไปดูวัดคริสต์ชื่อดังอย่าง “อาสนวิหารอัสสัมชัญ” ศาสนสถานสำคัญริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของชาวคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก

.
IMG_0699.

อาสนวิหารอัสสัมชัญ สร้างขึ้นเพื่อถวายพระเกียรติแด่พระนางมารีอาในโอกาสที่ได้ขึ้นสวรรค์  ซึ่งข้อความที่ว่า “พระแม่(พระนางมารีอา)ได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์” นั้นเป็นความหมายของคำว่า Assumption  ก่อนที่ไทยเราจะเอามาทับศัพท์เป็น “อัสสัมชัญ” จนกลายเป็นชื่ออาสนวิหารนั่นเอง  สถาปัตยกรรมแห่งนี้เป็นแบบ “เรอเนซองส์”  ซึ่งถือเป็นยุคเฟื่องฟูของศิลปะต้นศตวรรษที่ 15 ในประเทศอิตาลี แต่สถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างกลับเป็นชาวฝรั่งเศส  โดยมีวัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้สร้างเป็นหินอ่อนและกระจกสีที่สวยงาม
.
เหตุที่โบสถ์อัสสัมชัญใช้คำว่า “อาสนวิหาร” นำหน้าชื่อนั้น ก็เนื่องมาจากโบสถ์แห่งนี้ถือเป็นวัดประจำตำแหน่งของ “พระอัครสังฆราช” หรือ “บิช็อป” ซึ่งก็คือพระหรือบาทหลวงที่ทำหน้าที่ปกครองในเขตพื้นที่ต่าง ๆ อย่างประเทศไทยมีเขตปกครองของบิช็อป 10 เขต ก็จะมีอาสนวิหาร 10 แห่ง และมีพระอัครสังฆราช  10 องค์
.
นอกจากนี้ อาสนวิหารอัสสัมชัญ ยังตั้งอยู่ท่ามกลางโรงเรียนคริสต์เก่าแก่ 3 แห่งด้วยกัน คือ โรงเรียนอัสสัมชัญ โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และโรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เรียกทั้ง 3 โรงเรียนรวมกันว่า “ไตรอัสสัม”
.
น่าเสียดายที่ผมมาถึงที่นี่ในช่วงที่กำลังมีการบูรณะอยู่พอดี  ภาพที่ได้มาจึงเป็นอย่างที่เห็น
.
ออกจากอาสนวิหารอัสสัมชัญก็มีท่าเรือที่อยู่ใกล้กันคือ ท่าโอเรียลเต็ล คงได้ชื่อตามโรงแรมห้าดาวที่อยู่ละแวกใกล้เคียง ผมยืนรออยู่สักพักก็มีเรือด่วนเจ้าพระยาจากสะพานสาทรแล่นเข้ามาเทียบท่า  ผมจึงลงเรือชมทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ “โบสถ์ซางตาครู้ส” แถวชุมชนเก่าแก่ย่านกุฎีจีน ฝั่งธนบุรี
.
ผมลงเรือด่วนที่ท่ายอดพิมานธานี และเดินต่อไปนั่งเรือข้ามฟากจากท่าปากคลองตลาดไปลงฝั่งตรงกันข้ามที่วัดกัลยาณมิตร ก่อนจะเดินต่อไปตามทางเลียบแม่น้ำจนมาถึงโบสถ์ดังกล่าวได้ในที่สุด
.
IMG_0700 .
“โบสถ์ซางตาครู้ส” มีสถาปัตยกรรมแบบอิตาเลียนยุคฟื้นฟูศิลปะที่เรียกว่า “นีโอคลาสสิก”  เป็นวัดคาทอลิกที่สร้างขึ้นบนที่ดินพระราชทานในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังเดิมสมัยธนบุรี คำว่า “ซางตาครู้ส”(Santa Cruz) มาจากภาษาโปรตุเกส หมายถึง ไม้กางเขนศักดิ์สิทธิ์ เหตุที่ได้ชื่อนี้ก็เพราะสมเด็จพระเจ้าตากสินโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโบสถ์ใน “วันเทิดทูนมหากางเขน” ตามพิธีสักการะบูชาของคริสตังทั้งหลาย
.
ความน่าสนใจอีกอย่างของโบสถ์ซางตาครู้สคือตั้งอยู่ในเขตชุมชนเก่าอายุกว่า 200 ปีที่เรียกกันว่าย่าน  “กุฎีจีน”  ก่อตั้งโดยชาวจีนที่ตามเสด็จพระเจ้าตากสินมหาราช  มีการตั้งศาลเจ้าโจวซือกง และศาลเจ้ากวนอู (ปัจจุบันรวมเป็นศาลเดียวชื่อว่า ศาลเจ้าเกียนอันเกง)  ต่อมา มีบาทหลวงชาวฝรั่งเศสและคริสตังชาวโปรตุเกสอพยพมาจากเขมรเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร  ตามด้วยชาวมุสลิมที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยาหลังกรุงแตก และชาวมุสลิมจากมลายูที่เข้ามาค้าขาย   นอกจากนี้พื้นที่ดังกล่าวยังขนาบด้วยวัดสำคัญ 2 วัด อย่างวัดประยูรวงศาวาสและวัดกัลยาณมิตร ทำให้บริเวณนี้มีการอยู่ร่วมกันของกลุ่มคน 3 ศาสนา 4 ความเชื่อ คือ พุทธแบบไทย พุทธแบบจีน คริสต์ และอิสลาม ซึ่งเป็นความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจมาก
.
IMG_0701 .
นอกจากนี้ ของดีที่พลาดไม่ได้ของที่นี่คือ “ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ของว่างทานเล่นต้นตำรับโปรตุเกส  เดิมเป็นขนมที่ทำเพื่อทานคู่กับน้ำชาสำหรับคนที่มาเข้าโบสถ์ในงานเทศกาลต่าง ๆ เช่น คริสต์มาส เท่านั้น  แต่ต่อมามีความนิยมมากขึ้น จึงมีการทำขนมเพื่อจำหน่ายอย่างในปัจจุบัน
.
ช่วงเวลาที่ผมไปนั้นจวนจะค่ำเต็มที่  ร้านขายขนมทั้งหลายก็ปิดไปแล้ว  แต่ด้วยความอยากกินขนม ผมจึงโทรเข้าไปตามเบอร์ที่แปะป้ายอยู่หน้าร้าน  คนขายจึงแง้มประตูออกมา พร้อมหยิบขนม 2 ถุงสุดท้ายมาให้  ผมจึงได้ขนมสมใจอยาก
.
IMG_0702 .
การท่องเที่ยววันนี้จบลงด้วยความอิ่มท้องและอิ่มใจ

, , ,

ใส่ความเห็น

สองขาพาเที่ยว ตอน โบสถ์กาลหว่าร์

ค่ำวันนี้ผมเดินออกจากที่พักย่านสี่พระยามาประมาณ 700 เมตร ลัดเลาะตามริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ก็มาถึง “โบสถ์กาลหว่าร์” (Kalawar Church) ซึ่งเป็นวัดคริสตศาสนาริมน้ำที่สวยงามมาก ๆ ของย่านนี้

.
IMG_0673.
โบสถ์กาลหว่าร์สร้างโดยกลุ่มชาวโปรตุเกสที่นับถือคริสตศาสนา นิกายโรมันคาทอลิก คนกลุ่มนี้ที่อพยพมาจากกรุงศรีอยุธยา แล้วมาตั้งถิ่นฐานย่าน “กุฎีจีน” แต่เนื่องจากไม่ยอมรับการปกครองของพระชาวฝรั่งเศส จึงมาตั้งชุมชนแห่งใหม่ โดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ได้พระราชทานที่ดินให้สร้างโบสถ์หลังแรก ชื่อว่า “โบสถ์กาลาวารีโอ” ตามชื่อภูเขาที่พระเยซูถูกตรึงไม้กางเขน ก่อนจะเพี้ยนเป็น “กาลหว่าร์” มาจนถึงปัจจุบัน
.
โบสถ์ที่เห็นในภาพนี้ไม่ใช่โบสถ์หลังที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 1 แต่เป็นโบสถ์ที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 มีสถาปัตยกรรมแบบกอทิค คือส่วนหน้าเป็นยอดแหลมสูงและมีไม้กางเขน ขอบซุ้มประตูหน้าต่างใช้เส้นโค้งหรือยอดแหลมคล้ายโดม  ผมมาถึงตอนที่เข้าทำพิธีมิสซา คือ บูชาขอบคุณพระเจ้าเสร็จพอดี เลยไม่ได้เข้าไปดูภายใน  ซึ่งคงประดับด้วยกระจกสีละลานตาอยู่ในนั้น หากมีโอกาสคงได้แวะมาอีก
.
ผมนั่งพักตากลมริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสบายใจ พอเริ่มฟื้นกำลัง สองขาก็ออกเดินทางไปตามถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง สู่สถานที่ใหม่ ๆ กับประสบการณ์ที่เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต

,

ใส่ความเห็น

“วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร” ยลสถาน ย่านเทเวศร์

สุดสัปดาห์ก่อนโน้น ผมเข้ามาปฏิบัติภารกิจในเมืองหลวง พร้อมจองห้องพักราคาติดดินย่านเทเวศร์เอาไว้ เมื่อได้นอนหลับมาทั้งคืนจนตื่นมากินมื้อเช้าไปเรียบร้อย ผมก็เริ่มออกสำรวจวัดที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักนั้นทันที วัดที่ผมกำลังพูดถึงคือ “วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร”
.
11798337_1066815953346627_1394119546_n
.
วัดเทวราชกุญชรวรวิหาร อยู่ตรงแยกสี่เสาเทเวศร์ เป็นพระอารามหลวงมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เดิมชื่อวัดสมอแครง เชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ก่อนจะทรุดโทรมลงจนมาได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยกรมพระพิทักษ์เทเวศร

.
พระประธานองค์ใหญ่ในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะทวารวดีผสมอู่ทอง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันถวายพระนามว่า “พระพุทธเทวราชปฏิมากร”
.

10888383_1063612180333671_5127222958261976914_n

.

จิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถเป็นภาพพระพุทธเจ้าแสดงธรรมโปรดพระมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ มีทวยเทพร่วมฟังธรรมเทศนาจำนวนมาก
.

11798088_1066815796679976_932824809_n.

นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมฝาผนังเป็นรูปพระสงฆ์พิจารณาอสุภกรรรมฐาน ผมเองก็เพิ่งเคยเห็นที่วัดนี้
.
11774814_1066816030013286_2063219696_n 11778088_1066815806679975_269502528_n 11774271_1066816006679955_894838012_n.
ด้านข้างพระอุโบสถคือ “พิพิธภัณฑ์สักทอง” เป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยา ด้านหน้ามีเทวรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ภายในแสดงนิทรรศการเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เปิดให้เข้าชมทุกวันไม่เว้นวันหยุดตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น. บุคคลทั่วไปบริจาคค่าเข้าชม30 บาท ภิกษุ สามเณร และนักเรียนนักศึกษาบริจาค 15 บาท ผู้ถือบัตรทการผ่านศึก บัตรผู้บริจาคโลหิต และผู้ทำประโยชน์เพื่อสังคมอื่นๆ เข้าชมฟรี
.
11774410_1066815943346628_457749019_n.
วัดเทวราชกุญชรวรวิหารอยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา มีศาลาท่าน้ำที่ผู้มีจิตศรัทธานิยมมาให้อาหารปลา
.
11778033_1066815870013302_1780624284_n.
สีฟ้าที่เห็นคือสไลเดอร์สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถปล่อยปลาได้โดยไม่ต้องลงไปถึงผิวน้ำ
.
11801897_1066815846679971_1765195656_n.
ทัศนียภาพจากศาลาท่าน้ำมองเห็นสะพานพระราม 8 ได้อย่างชัดเจน และจะสวยยิ่งขึ้นในยามค่ำคืน
.
11780427_1066815906679965_724385277_n.
วัดสวยงาม มีสิ่งน่าชม อุดมด้วยทัศนียภาพริมแม่น้ำ ถือเป็นมุมสบาย ๆ กลางกรุงเทพฯ ที่น่าไปสัมผัส

,

ใส่ความเห็น

อนาคตต่างมุมมองกับ 2 จินตนาการใน Mad Max Fury Road และ Tomorrowland

อนาคตต่างมุมมองกับ 2 จินตนาการใน Mad Max Fury Road และ Tomorrowland

.

ตอนเราฟังนิทานสมัยเด็ก ๆ นั้น ผู้ใหญ่ชอบขึ้นต้นเรื่องเล่าด้วยคำกล่าวที่ว่า “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว” ซึ่งหากจะถามว่านานแค่ไหนก็คงไม่มีใครให้คำตอบได้  รู้เพียงว่ามันนานมาก ๆ นานแบบที่เจ้าชายยังใช้ดาบเป็นอาวุธ รบกับมังกรพ่นไฟซึ่งอนุมานว่าสูญพันธุ์ไปจากโลกแล้ว  และนานเสียจนวิถีชีวิตรวมทั้งสภาพแวดล้อมในเรื่องแตกต่างจากชีวิตจริงในปัจจุบันที่พบเจออย่างสิ้นเชิง
.

ช่างไม่ต่างอะไรเลยกับโลกอนาคตที่ปรากฏในภาพยนตร์เดี๋ยวนี้  โดยเฉพาะภาพอนาคตที่อยู่ในภาพยนตร์ระยะหลังมักไม่บอกเวลาแน่นอนว่าห่างจากปัจจุบันเท่าไร จะ 100 ปี หรือ 500 ปี ข้างหน้า ก็ไม่สามารถคาดเดาได้อย่างเที่ยงตรง  รู้แค่เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ไกลจากทุกวันนี้มาก ๆ วิถีชีวิตและสภาพแวดล้อมในยุคนั้นก็ดูเป็นคนละโลกกับชีวิตจริงของพวกเราเช่นเดียวกัน

.

วิถีชีวิตที่แตกต่างนี้เป็นส่วนที่ผู้สร้างภาพยนตร์ใช้เป็นพื้นที่ต่อเติมจินตนาการและขายภาพฝันให้แก่ผู้ชม โดยมักยืนพื้นจากเหตุผลต่าง ๆ และด้วยเหตุผลที่ไม่เหมือนกันนี้เอง ทำให้ภาพอนาคตในภาพยนตร์แต่ละเรื่องจึงมีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามแต่ผู้สร้างจะจินตนาการถึง
.

MT

.

อย่างในภาพยนตร์เรื่อง Mad Max Fury Road จินตนาการถึงโลกยุคหนึ่งในอนาคตที่อารยธรรมล่มสลาย  มีแต่ทะเลทรายกับผู้คนอดอยากหิวโหย และน้ำกับน้ำมันเป็นสิ่งมีค่าชนิดที่คนต่างไล่ล่าแย่งชิงมาครอบครอง ตัวหนังโชว์ภาพการต่อสู้แบบบู๊ล้างผลาญ ยิงอาวุธใส่กันอย่างมันหยด เป็นการดึงเอาสัญชาตญาณดิบเถื่อนของคนในยามที่ต้องเอาตัวรอดมานำเสนอ แต่ในความดิบเถื่อนเหล่านั้น เรายังพบความเห็นอกเห็นใจแบบที่มนุษย์พึงมีปรากฏอยู่ในภาพยนตร์เป็นระยะ

.

ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง Tomorrowland ก็ถ่ายทอดภาพในโลกอนาคตเช่นเดียวกับชื่อเรื่อง  แต่น่าสนใจที่มุมมองของภาพยนตร์เรื่องนี้จะพูดถึงภาพอนาคตในแง่ของความก้าวหน้าทางวิทยาการ บ้านเมืองในเรื่องนี้จึงมีความทันสมัย มีระบบสาธารณูปโภคที่ล้ำหน้า สร้างความตื่นเต้นและความสะดวกสบายให้ผู้คนในยุคนั้นอย่างมาก เรียกได้ว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเมื่อเปรียบเทียบกับภาพยนตร์เรื่องแรก ทั้งที่พูดถึงอนาคตด้วยกันทั้งคู่
.

ถึงกระนั้น แม้แนวเรื่องจะมีความแตกต่าง แต่ภาพยนตร์ทั้งสองก็มีจุดร่วมที่เหมือนกันคือการพูดถึง “ความหวัง” ดังจะเห็นว่าตัวละครในแต่ละเรื่องมีบทที่ต้องปะทะคารมหรือต้องโน้มน้าวใจเพื่อนเพื่อให้ต่อสู้กับบางสิ่งบางอย่างที่เกี่ยวเนื่องกับความเป็นความตายในชีวิต ตัวอย่างในเรื่อง Mad Max ก็คงเป็นตอนที่พระเอกโน้มน้าวใจให้นางเอกและผู้ติดตามหันรถกลับไปฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อย้อนไปยึดคืนดินแดนที่จากมา หรืออย่างในเรื่อง Tomorrowland ก็คงเป็นตอนที่เคซี่ย์พยายามให้กำลังใจแฟรงก์เพื่อให้เขาเลิกมองโลกในแง่ร้ายแล้วหันมาใช้ความรู้สร้างสรรค์อนาคตที่สวยงามให้แก่โลกใบนี้
.

ถ้าไม่มีความหวัง อุปสรรคก็คงไม่ได้ทำหน้าที่พิสูจน์คน  เราทุกคนก็เช่นกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เรากำลังเคลื่อนไปสู่อนาคตในทุกขณะ  แต่เราได้ต่อสู้กับอุปสรรคอย่างมีความหวังไปแล้วกี่ครั้ง  หรือความหวังของเราถูกทำลายไปแล้วจากความผิดหวังที่ผ่านมา  มันสูญหายพร้อมกับวันเวลาที่เคลื่อนผ่านไปหรือไม่ ถ้าใช่ก็ขอให้ปลุกความหวังกลับคืนมาอีกครั้ง เพราะชีวิตที่ไม่มีความหวัง ก็เหมือนนั่งรออนาคตที่ปราศจากความหมาย
.

ฉันใดก็ฉันนั้น
.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Mad Max Fury Road

.

ตัวอย่างภาพยนตร์ Tomorrowland

, , ,

ใส่ความเห็น

ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ : หนังเลอะเทอะที่ไม่เละเทะ

“ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ : หนังเลอะเทอะที่ไม่เละเทะ”

“ป้าแฮปปี้ she ท่าเยอะ” หนังไทยอารมณ์ดีที่เล่าเรื่องของ “ปีสุข” มนุษย์ป้าหน้าเฉิ่มแต่โลกสวยเป็นเลิศ  และน่าจะมีชีวิตอย่างคำพูดติดปากของนางว่า “แฮปปี้ดีออก”  ถ้าไม่ตกงาน  โดนผู้ชายปฏิเสธ แล้วยังมาตรวจพบโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะจนอาจตายได้ภายใน 1 เดือนเข้าไปอีก  ร้อนถึง “กอล์ฟฟี่” เพื่อนเก้งเจ้าตำรับท่าออกกำลังกาย T26 ต้องออกแรงสอนเต้นเพื่อให้เพื่อนสาวหนีพ้นโรคร้ายได้สำเร็จ

.

20150515-170520-32cb0c61a3c829ff9c154465bd8e8680

.

หนังเล่าอาการมองโลกในแง่ดีของปีสุขแบบเกินมนุษย์ปกติจะทำกัน เช่น ทำบุญกรวดน้ำกับพระผ่านหน้าจอแท็บเล็ต รวมถึงความรู้สึกแฮปปี้กับทุกเรื่องรอบตัว เป็นต้น  บุคลิกของปีสุขจึงดูเกิน ๆ เหมือนหลุดมาจากโลกตัวการ์ตูน  ไม่ต่างจากกอล์ฟฟี่ที่แม้จะเป็นเพียงพนักงานขายของตามร้านธรรมดา แต่จู่ ๆ ก็กล้าเต้นท่าประหลาดกลางสยามสแควร์ทุกเที่ยงวัน  การที่ผู้สร้างปูพื้นตัวละครมาแบบโอเวอร์แอ็คติ้งขนาดนี้  จึงไม่น่าแปลกใจหากหนังจะเดินเรื่องต่อไปโดยไม่คำนึงถึงความสมจริงหรือเหตุผลรองรับการกระทำต่าง ๆ ของตัวละคร   นึกภาพง่าย ๆ ว่ากำลังดูการ์ตูนตลกที่เผอิญใช้คนจริงมาแสดงนั่นเอง

.

แม้จะมีความเป็นคอเมดี้ค่อนข้างสูง  แต่ก็มีช่วงที่หนังพาผู้ชมดิ่งลึกไปกับอารมณ์ดราม่าของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ  ถึงจะไม่ถึงขั้นเรียกน้ำตา แต่ก็ถือว่าครบรสแบบฮาปนซึ้ง (แม้รสชาติจะไม่กลมกล่อมแบบหวานอมเปรี้ยวสักเท่าไหร่เลยก็ตาม)   นักแสดงบทกอล์ฟฟี่เข้าถึงบทบาทชนิดหาตัวจับยาก  ปีสุขก็เอาตัวรอดได้ตามมาตรฐานนักเอกแนวหน้าของเมืองไทย  ส่วนตัวละครอื่น ๆ เช่น “ตุลย์” ที่ดูเหมือนจะเป็นพระเอกแต่บทก็ไม่เด่นเหมือนคนเขียนบทลืมให้ความสำคัญ  อีกทั้ง “หมวยเล็ก” เพื่อนร่วมก๊วนของปีสุขและกอล์ฟฟี่ที่บทก็ไม่เด่น  แต่ให้ขาดนางก็ไม่ได้  ในฐานะที่นางดูจะเป็นมนุษย์ปกติเพียงคนเดียวในเรื่องที่คอยรั้ง ๆ ความหลุดโลกของตัวละครอื่น ๆ เอาไว้
.

สุดท้ายภายใต้ความขบขัน  ป้าแฮปปี้ฯ ก็พาผู้ชมไปค้นพบข้อคิดเล็ก ๆ ให้ได้เลือกทำระหว่างร้องไห้ให้หายบ้าหรือเฮฮาให้สุดติ่งในเวลาอันน้อยนิดของชีวิตอันแสนสั้น  ประเด็นสำคัญที่จะไม่ย้ำไม่ได้ คืออย่าหาเหตุผลหรือความสมจริงใด ๆ จากหนังเรื่องนี้  เพราะมันคือการ์ตูนที่แสดงโดยคนจริง
.

, , ,

ใส่ความเห็น

“ผีห่าอโยธยา” พลิกมิติซอมบี้ผีไทยใส่ผ้าซิ่นไล่กินคน

“ผีห่าอโยธยา” คือหนังผีไทยที่พยายามสอดแทรกกลิ่นไอของซอมบี้แบบฝรั่ง   สร้างเรื่องราวจากจินตนาการที่อาศัยฉากหลังเป็นหมู่บ้านสมัยกรุงศรีอยุธยา  ที่ซึ่งชาวบ้านในเรื่องต้องเผชิญหน้ากับโรคห่าระบาด ทำให้ผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก แต่จู่ ๆ ศพเหล่านั้นกลับลุกขึ้นเดินได้และไล่อาละวาดกินคนที่ยังมีชีวิตอยู่  เกิดเป็นเรื่องราวให้ติดตามว่าตัวละครที่เหลือจะเอาชีวิตรอดจาก “ซอมบี้” หรือ “ผีห่า”  เหล่านั้นกันอย่างไร
.

poster1

.

               ภาพยนตร์มีการผสมผสานสูตรการเล่าเรื่องตามขนบหนังไทยและหนังฝรั่งไปพร้อม ๆ กัน  ขนบหนังไทยก็อย่างเช่น “ไอ้คง” เด็กวัดที่หลงรักลูกสาวเศรษฐีอย่าง “เมี้ยน” เกิดเป็นเรื่องรักที่มีอุปสรรคตามแบบฉบับดอกฟ้ากับหมาวัด  หรือ “ไอ้ขวัญ” ชายหนุ่มเปี่ยมเมตตาที่มาหลงรัก “พลอย” หญิงคณิกาแห่งโรงบำเรอ ก็สร้างดราม่าแบบรักต่างสถานะได้พอประมาณ  ส่วนขนบหนังฝรั่งก็จะเป็นเรื่องแนวตัวละครหลายตัวที่หนีภัยมาหลบที่เดียวกัน แล้วต่างคนต่างแสดงธาตุแท้ของตัวเองออกมา  หรือไม่ก็เรื่องทำนองที่ต้องฆ่าเพื่อนสนิทด้วยความจำเป็น  รวมถึงแนวเรื่องที่ไม่ยากเกินคาดเดาว่าตัวละครเหล่านี้ต้องค่อย ๆ ตายไปทีละตัวนั่นก็ด้วย
.

07

.

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเป็นขนบอยู่ในเรื่องค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความมันแบบเลือดสาดตอนต่อสู้กับซอมบี้ลงเลย คงถูกอกถูกใจคอหนังแนวนี้อยู่ไม่น้อย อีกทั้งการแต่งหน้าผีห่าและคอมพิวเตอร์กราฟิกที่ทำให้การฟันหัวหลุดกระเด็นนั้นดูสมจริงเป็นอีกประเด็นที่ต้องชื่นชมสำหรับหนังเรื่องนี้ รวมถึงการสร้างซอมบี้ที่นุ่งผ้าซิ่น (รึเปล่า) ก็เป็นลักษณะที่น่าสนใจและแปลกตาไปจากซอมบี้ใน The Walking Dead ของฝรั่ง รวมทั้งอาวุธที่ใช้ปราบผีอย่างดาบ ค้อน ปืนใหญ่ หรืออะไรที่พื้น ๆ มาก ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความเป็นหนังย้อนยุค ก็ทำให้ผีห่าในเรื่องมีความเป็นไทยและไม่ซ้ำกับซอมบี้สัญชาติตะวันตกที่เอะอะก็โดนยิงหัวกระจายอยู่ถ่ายเดียว

.

05

.

ในหนังมีการปูพื้นหลังให้ตัวละครแต่ละตัวด้วย แต่ยังไม่แน่นมากนัก  พอถึงบทที่จะเอาปมเหล่านั้นมาทำเป็นฉากดราม่าก็รู้สึกได้ว่ามันยังไม่ถึงที่สุด อย่าง “เทพ” อดีตทหารหนีทัพ ก็พยายามลบอดีตของตัวเองด้วยการช่วยเหลือทุกคนให้พ้นจากผีห่า แม้ผู้ชมจะพอรู้ว่าเทพมีความผิดฝังใจในอดีต แต่ดูแล้วก็ไม่ซึ้งเท่าไหร่ หรือกรณีที่พลอยนอนกอดคนรักของตัวเองทั้งที่รู้เขาว่ากำลังจะกลายร่างเป็นผีห่า ดูแล้วก็เกือบซึ้ง ถ้าให้เวลากับการปูพื้นและฉากสะเทือนใจเหล่านี้อีกหน่อย ก็เชื่อว่าจะเรียกน้ำตาผู้ชมได้ไม่น้อย  และภาพยนตร์ก็จะมีความยาวมากขึ้น ไม่ได้รู้สึกว่าจบเร็วไปหน่อยอย่างที่เป็นอยู่  แล้วนักแสดงที่รับบทพลอยก็ต้องชื่นชม  เพราะเธอเล่นบทยากด้วยการเป็นคนใบ้  ผู้ต้องแสดงอารมณ์ของตัวละครผ่านสีหน้าและแววตาเท่านั้น โดยไม่สามารถพูดอะไรได้สักประโยค  ประเด็นนี้พลอยตีบทแตกกระจุย
.

โดยภาพรวม ผีห่าอโยธยาได้สร้างซอมบี้ผีไทยใส่ผ้าซิ่นไล่กินคนเป็นมิติใหม่ ให้ความสนุกสนานแก่ผู้ชมได้พอตัว ถ้าฉากดราม่าเข้มข้นกว่านี้ได้ก็จะสมบูรณ์แบบเลยทีเดียว

.
 .

ใส่ความเห็น

Forrest Gump : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

Forrest Gump หรือชื่อภาษาไทยว่า ‘อัจฉริยะปัญญานิ่ม’ น่าจะเป็นหนังในดวงใจของใครหลายคนรวมทั้งผมด้วย  หนังปี 1994 เรื่องนี้ตั้งชื่อตามตัวเอกของเรื่องคือ ฟอร์เรสต์ กัมพ์ หนุ่มไอคิวต่ำขนาดที่ครูยังไม่อยากรับเข้าโรงเรียน แต่สุดท้ายก็ได้เรียนหนังสือ ได้เข้ามหาวิทยาลัย ได้เป็นผู้เล่นฟุตบอลทีมชาติ ได้เป็นทหารในสงครามเวียดนาม ได้เหรียญกล้าหาญ ได้เป็นนักกีฬาปิงปอง ได้เป็นกัปตันเรือกุ้ง ได้เป็นนักวิ่งข้ามประเทศ และอะไรที่ไม่น่าเชื่อว่าช่วงชีวิตของคน ๆ หนึ่งจะเป็นได้มากถึงเพียงนั้น

.

1396541713-1912089645-o

.

หนังเล่าเรื่องไปข้างหน้าเรื่อย ๆ แทบจะเป็นเส้นตรง เหมือนไม่มีอะไรหวือหวา แต่ก็ชวนติดตาม ทั้งยังให้ความรู้สึกเรียบง่าย  สอดคล้องกับอุปนิสัยของตัวเอกที่พอใจอยู่กับชีวิตทุกช่วงขณะ  ไม่สุขจนล้นและไม่ทุกข์จนฟูมฟาย  เป็นคนที่มีชีวิตยืนหยัดอยู่ได้ทุกสถานการณ์

…แม้จะมีแอบเหงาบ้างเวลาคิดถึงเพื่อนสนิทและคนรักอย่างเจนนี่ก็ตาม

เจนนี่เป็นตัวละครที่สร้างขึ้นมาเป็นเพื่อนสนิทของฟอร์เรสต์อย่างที่เขาชอบบอกว่า “เราสองคนตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋”  แต่ในความใกล้ชิดนั้น ผู้ชมจะเห็นอุปนิสัยของเจนนี่ที่แตกต่างกับฟอร์เรสต์อย่างสิ้นเชิง  เพราะในขณะที่ฟอร์เรสต์พอใจอยู่กับปัจจุบัน  เจนนี่กลับพยายามพาตัวเองไปให้ไกลจากภาวะที่เป็นอยู่  แต่ไม่รู้เป็นเพราะความเร่งร้อนหรือเพราะจังหวะไม่ลงตัว  สิ่งที่เธอหวังอยากจะเป็นก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสมอ  อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัย เจนนี่ก็เรียนไม่จบเพราะเลือกทำตามใจโดยการไปถ่ายภาพนิตยสารเพลย์บอย  พออยากเป็นนักร้องก็ได้เป็นนักร้องเปลือยในผับ  อยากมีคนดูแลแต่ก็ได้เจอผู้ชายที่ตบตีเธอ  อยากใช้ชีวิตบุปผาชนก็หนีไม่พ้นยาเสพติด ฯลฯ   การเลือกใช้ชีวิตอิสระของเธอที่ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเมื่อตอนวัยเด็กที่เธอพยายามอธิษฐานให้ตัวเองกลายเป็นนกที่บินได้อย่างเสรี  เพื่อจะบินหนีพ่อใจร้ายของเธอ  แต่ในความเป็นจริง เธอกลับไม่เคยได้เป็นนกอย่างที่ขอ

.

obrazek-forrest

.

ขณะที่ฟอร์เรสต์ซึ่งใคร ๆ หาว่าปัญญาอ่อน  แต่การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันของเขา ทำให้เขาประสบความสำเร็จหลาย ๆ เรื่อง  อย่างตอนเรียนมหาวิทยาลัยที่เขาได้เป็นผู้เล่นอเมริกันฟุตบอล  เขาก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าการพาลูกบอลวิ่งไปข้างหน้า  พอเป็นทหารก็จดจ่ออยู่กับภาระหน้าที่ตรงหน้าจนรอดชีวิตจากสงครามเวียดนาม หรือแม้แต่ตอนหัดเล่นปิงปองที่ครูคนแรกบอกว่า “อย่าละสายตาไปจากลูก” ฟอร์เรสต์ก็มองลูกปิงปองโดยที่ไม่กะพริบตาเลยจริง ๆ (ทอม แฮงก์ ที่แสดงเป็นฟอร์เรสต์ กัมพ์ เก็บทุกรายละเอียดของตัวละครนี้ไว้ได้  นับเป็นนักแสดงที่ตีบทแตกกระจุย) หลายคนคิดว่าเพราะเขาปัญญาอ่อนก็เลยไม่มีความคิด  แต่ถ้าเรามองมุมกลับบ้างล่ะ  คนปกติทั้งหลายที่มีความคิด  เคยเอาความคิดฟุ้งซ่านออกจากภาระที่ตนรับผิดชอบทุกวันบ้างรึเปล่า

บั๊บบาก็เป็นอีกตัวละครที่สร้างขึ้นมาเป็นตัวเปรียบเทียบกับฟอร์เรสต์  เขาเป็นเพื่อนของฟอร์เรสต์ในค่ายทหาร  แม้จะฝึกรบมาด้วยกัน  แต่ใจของบั๊บบาก็ไม่ได้อยู่กับการต่อสู้เลย  ผู้ชมจะเห็นเขาพล่ามแต่เรื่องอดีตว่าตัวเองเคยจับกุ้งมาได้อย่างไร  หรือไม่ก็ฝันถึงอนาคตว่าถ้าหากปลดประจำการแล้วก็จะเป็นกัปตันเรือกุ้ง แล้วจะให้เพื่อนซี้อย่างฟอร์เรสต์เป็นต้นหนเรือให้ด้วย  การปล่อยให้ตัวละครพูดถึงภูมิหลังและอนาคตของตัวเองมากมายขนาดนี้  นอกจากจะต้องการให้เป็นตัวเปรียบกับฟอร์เรสต์ (ผู้อยู่กับปัจจุบัน) แล้ว  ยังทำให้การตายของตัวละครนี้ในสงครามเวียดนามมีความน่าสะเทือนใจ (เพราะยังไม่ได้ทำตามฝัน) ขณะเดียวกันนั้น ก็เป็นแรงผลักดันให้ฟอร์เรสต์อยากทำตามสัญญาว่าจะทำงานบนเรือกุ้งของเพื่อนรักให้เป็นความจริงด้วย

.

ForrestGumpBubba

.

ผู้หมวดแดนเป็นอีกคนหนึ่งที่มีความคิดยึดติดอยู่กับปณิธานบางอย่าง  เพราะสืบเชื้อสายมาจากนายทหารผู้สละชีพในสงครามหลายต่อหลายครั้ง  เขาจึงรู้สึกเป็นเกียรติหากจะได้ตายในสงครามเวียดนามแทนที่จะรอดชีวิตกลับมา แต่เมื่อผู้หมวดแดนรอดกลับมาในสภาพคนพิการ (เพราะฟอร์เรสต์ช่วยไว้)  เขาก็รับความจริงไม่ได้ในตอนแรก  เพราะยึดติดอยู่กับปณิธานดั้งเดิม  แต่สุดท้ายการได้พบกับฟอร์เรสต์ก็ทำให้ทัศนคติต่อการมีชีวิตอยู่ต่อของเขาเปลี่ยนไป จากคนที่ยึดติดก็ปล่อยวาง  และดื่มด่ำกับชีวิตในปัจจุบันได้มากขึ้น

.

5362c632d725d

.

Forrest Gump เป็นหนังชีวิตที่เข้มข้น แต่บอกเล่าด้วยน้ำเสียงซื่อ ๆ สบาย ๆ ของตัวเอก  ขณะเดียวกันก็มีความเหนือจริงให้เห็นอยู่ตลอดทั้งเรื่อง   เห็นได้จากที่ไม่ว่าจะทำอะไร  ฟอร์เรสต์ก็ประสบความสำเร็จจนถึงที่สุดเสมอ  ยากที่จะเชื่อถือได้ในความเป็นจริง  แต่หากมองว่านี่เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชมแล้ว  ก็น่าสนใจว่าคนที่ทำอะไรด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจจริงก็จะประสบความสำเร็จได้เสมอ  แถมสำเร็จได้หลายเรื่องและหลายครั้งอีกต่างหาก  เรื่องที่ดูไร้เหตุผลในหนังเรื่องนี้พอมีซ้ำ ๆ หลายครั้งเข้า  มันก็เลยมีเหตุผลขึ้นมาเอง (งงมั้ยครับ)  ไหน ๆ ก็เกินจริงมาเรื่องหนึ่งแล้ว  จะเกินจริงต่อไปอีกสองสามเรื่องจะเป็นไร

จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ยังเป็นการผูกเรื่องเข้ากับประวัติศาสตร์ของอเมริกาช่วงต่าง ๆ มีบุคคลสำคัญอย่างประธานาธิบดี นักร้อง และคนมีชื่อเสียงอื่น ๆ ที่เข้ามามีส่วนร่วมในชีวิตของฟอร์เรสต์  แต่ก็มาแบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เหมือนไม่ได้ให้ความสำคัญ  แน่นอนว่า ฟอร์เรสต์ไม่สนใจอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว  เขาสนใจแต่สิ่งที่เขาอยากทำ  และเมื่อไม่อยากทำเขาก็หยุด  ไม่มีเหตุผล ไม่มีความใฝ่ฝัน ไม่มีแรงผลักดันอะไรมากมายสำหรับประเด็นนี้  ดังตอนที่ฟอร์เรสต์โด่งดังจากการเป็นนักวิ่งข้ามประเทศ  นักข่าวพากันรุมถามเขาว่าวิ่งเพื่ออะไร  วิ่งเพื่อประท้วง ?  วิ่งเพื่อเสรีภาพ ?  วิ่งเพือสิทธิสตรี ?  แต่ที่ฟอร์เรสต์ตอบคือ “ผมอยากวิ่ง” และเมื่อเขารู้สึกว่าการวิ่งมาถึงจุดอิ่มตัว  เขาก็แค่บอกผู้ติดตามว่า “ผมเหนื่อยแล้ว  ผมอยากกับบ้าน”  ไม่มีเหตุผลมากกว่านี้จริง ๆ

.

FG fav 2

.

Forrest Gump อาจไม่ได้บอกผู้ชมอย่างตรงไปตรงมาว่าเราควรหันกลับมามองตัวเอง  และให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากกว่าการมองไปยังอนาคตหรือจมอยู่กับอดีต  เพราะการทำให้วันนี้ให้ดีที่สุด จะทำให้เรามีความสุขกับตัวเองทุก ๆ วัน

บรรทัดสุดท้ายอยากบอกว่า “อัจฉริยะปัญญานิ่ม” คือชื่อไทยที่เหมาะสมและลงตัวที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาชื่อไทยของหนังต่างประเทศเรื่องอื่น ๆ

.

หนังตัวอย่าง
.

, ,

ใส่ความเห็น