เสาร์ ๕ วัดท่าขนุน

๒๘ มกราคม , วันเสาร์ ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๓

รถบัสคันโตเคลื่อนตัวสู่วัดท่าขนุนอย่างช้า ๆ แม้จะเป็นเวลาตีห้าซึ่งถือว่าเช้ามาก ๆ แต่ก็มีรถจอดในลานวัดจนแน่นขนัด พอลงจากรถแล้ว ผมก็ได้แต่เดินตามเพื่อนไปอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง เพราะเพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรก กว่าจะมาถึงศาลาวัดได้ ลูกศิษย์ทั้งหลายก็พร้อมหน้ากันจนแทบล้นออกมาข้างนอกแล้ว

พานพุ่มบายศรีจัดเป็นรูปมังกรหรือพญานาคตามปีนักษัตร

วัดท่าขนุน อยู่ในอำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี อำเภอนี้อยู่ติดชายแดนพม่า ถ้านั่งรถมาจากกรุงเทพฯ ก็ใช้เวลาเดินทางไม่น้อยกว่า ๔ ชั่วโมง ถึงกระนั้น หลายคนก็ยังบากบั่นมาถึงที่นี่ให้ทัน ๗ โมงเช้า เพื่อเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก อันถือเป็นพิธีมงคลที่มักจัดขึ้นเสมอในวันที่เรียกกันว่า “วันเสาร์ ๕”

ผมเพิ่งรู้ว่า เสาร์ ๕ ที่เคยเห็นเป็นชื่อหนังชื่อละครนั้น แท้จริงเป็นวันพิเศษมากวันหนึ่ง จะตรงกับวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือนใดก็ได้ เชื่อกันว่าเป็นวันแรง เพราะดาวเสาร์เป็นดาวที่มีกำลังแรง หากทำพิธีปลุกเสกวัตุมงคลก็จะทำให้เครื่องรางนั้นขลังกว่าวันไหน ๆ โดยเฉพาะวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ เดือน ๕ ถือเป็นวันมหาฤกษ์สำหรับการประกอบพิธีพุทธาภิเษกเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม โอกาสที่วันเสาร์จะตรงกับวันขึ้น ๕ ค่ำได้นั้นมีน้อยมาก ปีหนึ่งอาจมีวันเสาร์ ๕ แค่ครั้งเดียว ยิ่งเป็นวันเสาร์ ๕ ในเดือน ๕ แล้ว อาจต้องรอ ๕-๗ ปีกว่าจะมีปรากฏสักครั้ง จึงไม่แปลกหากผู้มีจิตศรัทธาจะหลั่งไหลมาอย่างล้นหลามในวันนี้

ผู้มีจิตศรัทธาหลายร้อยคนร่วมพิธีพุทธาภิเษก

นอกจากพิธีพุทธาภิเษกแล้ว พิธีกรรมอีกอย่างหนึ่งที่มักจัดขึ้นเสมอที่วัดท่าขนุนในวันเสาร์ ๕ ก็คือ “พิธีเป่ายันต์เกราะเพชร” ผมถึงกับคิ้วขมวดเมื่อได้ยินคำนี้ แต่เจ้าเพื่อนตัวดีที่ชักนำผมมาถึงวัดได้ก็อธิบายให้ฟังว่า ยันต์เกราะเพชรเป็นของศักดิ์สิทธิ์ ใครมียันต์ในตัวก็จะแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง และที่จัดพิธีในวันเสาร์ ๕ ก็เพื่อให้ยันต์เกราะเพชรทวีอานุภาพขึ้นนั่นเอง

ยันต์เกราะเพชรนี้ว่ากันว่ามาจากตำราพระร่วง เป็นการนำเอาบทสวดพระพุทธคุณ ( อิติปิโส ภควา … ) มาจารด้วยอักขระแบบขอม ผู้รับยันต์จะต้องหลับตา พร้อมกำหนดภาพยันต์ไว้ในใจ แล้วภาวนาพุทโธไปตลอดขณะทำพิธี ซึ่งในขณะทำพิธีนี้ ผู้รับยันต์อาจมีอาการร้อนหน้า ร้อนหู หรือคันตามตัวเหมือนมีแมลงไต่ นั่นแปลว่ายันต์กำลังซึมเข้าสู่ร่างกายของผู้นั้น สำหรับใครที่โดนคุณไสยมา อาจแสดงอาการกระสับกระส่าย ทุรนทุราย อาเจียน หรือส่งเสียงร้องดังเหมือนเป็นบ้า ทั้งนี้เพราะยันต์เกราะเพชรกำลังขับคุณไสยเหล่านั้นออกจากร่างกายนั่นเอง

ยันต์เกราะเพชรเป็นอักขระขอมจารบทพระพุทธคุณ (ภาพจากbuddhasattha.com)

 ขณะอยู่ในพิธี ผมก็รู้สึกร้อนหน้าอย่างที่ว่า แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าเป็นความรู้สึกที่คิดไปเองหรือเปล่า อย่างไรก็ดี ตอนนั่งหลับตาภาวนาพุทโธอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงคนร้องโวยวายสลับกันไปมาอยู่ ๔-๕ เสียง ดังมาจากทิศต่าง ๆ บนศาลา ฟังอยู่อย่างนั้นจนจบพิธี ผมยังแอบขนลุกเล็ก ๆ

คนที่ผ่านการเป่ายันต์เกราะเพชรแล้ว เชื่อว่าจะมียันต์ปรากฏบนกระดูก (ท่านว่าตายแล้ว ค่อยให้ญาติพี่น้องเอากระดูกมาดู) คนที่มียันต์บนกระดูกถือว่าคนนั้นมียันต์อยู่ในตัว ก็จะไม่ตายโหงอย่างเด็ดขาด รวมทั้งจะไม่ตายด้วยสัตว์มีพิษทุกชนิด และหากมีคนทำคุณไสยใส่ตัว คุณไสยนั้นก็จะสะท้อนกลับไปเอง เรียกได้ว่ามีอานุภาพด้านแคล้วคลาดจากอันตรายต่าง ๆ อย่างสมบูรณ์

ถึงกระนั้น ยันต์เกราะเพชรก็ใช่จะอยู่ยงหากเจ้าของไม่ประพฤติตนเป็นคนดี ผู้มียันต์เกราะเพชรในตัวจึงต้องรักษาศีลอย่างน้อยที่สุด ๒ ข้อนี้ไว้ให้ได้ นั่นคือศีลข้อว่าด้วยการห้ามลักขโมย และศีลข้อว่าด้วยการห้ามดื่มสุราของเมา มิฉะนั้นแล้ว ยันต์ก็จะเสื่อมไปจากตัว นอกจากนี้ แม้จะรู้ว่ามีใครคิดร้ายต่อตน ท่านก็ว่าอย่าได้ถือโทษโกรธเคือง ทำใจให้สงบนิ่งวางเฉย แล้วยันต์เกราะเพชรจะสะท้อนสิ่งชั่วร้ายเหล่านั้นกลับไปเอง

พิธีเป่ายันต์เกราะเพชร

หลายคนอาจมองว่าพิธีกรรมเหล่านี้ดูเป็นเรื่องงมงาย บ้างก็ว่านี่ไม่ใช่พุทธศาสนาที่แท้จริง แต่หากจะมองกันตามตรง พุทธศาสนาที่แท้จริงก็คงไม่มีให้เห็นกันอย่างชัดเจน ดูอย่างพุทธศาสนาในประเทศไทยก็มีความเชื่อแบบพราหมณ์ คุณไสย และภูตผีปะปนอยู่ด้วยกันทั้งนั้น ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลังแม้จะดูไม่สมเหตุสมผล แต่อย่างน้อยก็เป็นการผูกจิตผู้นับถือเข้าหาพระ ย่อมมีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเองในทางธรรมะสู่ระดับลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปตามกำลังศรัทธาและปัญญาของแต่ละคน พระอาจารย์เล็ก เจ้าอาวาสวัดท่าขนุน กล่าวว่า “ก็เหมือนคนขึ้นที่สูงก็จะต้องจับราวบันไดเพื่อช่วยพยุงตัว พอตั้งหลักได้แล้ว ค่อยปล่อยราวบันได เดินต่อไปด้วยตนเอง” ศรัทธาในวัตถุมงคลจึงย่อมดีกว่าไปหลงติดการพนันและปันใจให้แก้วเหล้าไม่ใช่หรือ

พระอาจารย์เล็ก

วันนี้ผมได้เห็นคนจำนวนมากที่มาร่วมงานเสาร์ ๕ กันอย่างคับคั่ง ซึ่งต่างก็มาจากคนละทิศคนละทาง แต่ก็ยังเดินทางมาด้วยใจที่เปี่ยมศรัทธาเหมือน ๆ กัน เป็นศรัทธาเพียงเท่านั้นจริง ๆ สำหรับเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้เหล่านี้ และนี่อาจจะเป็นก้าวแรกของใครบางคนที่จะเดินทางไปพบนิพพานก็เป็นได้

บรรยากาศโรงทานที่มีผู้ใจบุญนำอาหารมาเลี้ยงผู้ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ภาพประกอบจากเว็บไซต์วัดท่าขนุน (http://www.watthakhanun.com/webboard/showthread.php?p=85347#post85347 )

About these ads
  1. ใส่ความเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: