ชุมชนบางกระดี่ : วิถีมอญในกระแสโลกาภิวัตน์

 

                คนไทยเชื้อสายมอญที่เรารู้จักกันมักจะตั้งถิ่นฐานแถบเกาะเกร็ดหรือไม่ก็ปทุมธานี    แต่ยังมีชุมชนมอญอีกที่หนึ่งซึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ของตนไว้ได้อย่างสมบูรณ์  ทั้งภาษาพูด การแต่งกาย รูปทรงบ้าน   และอื่น ๆ   ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ชุมชนมอญแห่งนี้ซ่อนตัวอยู่ในกรุงเทพมหานคร  และเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งอย่างที่แสงสีของเมืองหลวงไม่อาจย่างเท้าเข้าไปแทนได้   ต่อไปนี้คือเรื่องราวของพวกเขา ชาวบ้านแห่งชุมชนมอญบางกระดี่ ที่ผมบันทึกเอาไว้

 

                                                      

                                                            วัดบางกระดี่มีเสาหงส์คู่ขนาบข้าง  บ่งบอกว่าเป็นวัดมอญ

 

                ชุมชนมอญบางกระดี่ตั้งอยู่ในพื้นที่ดูแลของสำนักงานเขตบางขุนเทียน  และมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔    เนื่องด้วยเวลานั้นมีความต้องการใช้ต้นจากและฟืนเป็นจำนวนมาก  ชาวมอญจึงอพยพเข้ามาอยู่ที่นี่เพราะเป็นแหล่งที่มีต้นจากอุดมสมบูรณ์  นอกจากนี้ยังมีปลากระดี่ชุกชุม  เลยได้ชื่อว่าบางกระดี่ในที่สุด  ความเป็นมอญยังคงปรากฏชัดในชุมชนแห่งนี้  แม้แต่การไปวัดก็ยังได้ยินพระสงฆ์และฆราวาสยังคงสวดมนต์เป็นภาษามอญอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

                ในการเยี่ยมชมชุมชนมอญแห่งนี้มีข้อห้ามที่วิทยากรได้แจ้งกับคณะสำรวจของเราอยู่สองประการก็คือ  ประการแรก  ห้ามคนที่เป็นแฟนกันจับมือกันเมื่ออยู่บริเวณใต้ถุนบ้าน  และประการที่สองคือห้ามหญิงมีครรภ์ยืนพิงหรือค้ำเสาบ้าน   หากมีการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นจะเกิด การผิดผี คือเชื่อว่าจะทำให้ผีบ้านไม่พอใจ  และจะทำให้เจ้าบ้านเสียสติหรือฟั่นเฟือนได้  ทางแก้ไขคือจะต้องมี การรำผีมอญ แต่การรำผีมอญแต่ละครั้งต้องใช้เงินจำนวนมาก  และจะต้องรำกันทั้งโคตร  กล่าวคือ  จะต้องเรียกญาติพี่น้องทั้งตระกูล(ซึ่งอาจจะอาศัยอยู่ต่างถิ่นกัน)ให้กลับมาร่วมพิธีด้วยกันทั้งหมด  หากใครไม่มาจะถือว่าไม่ได้ชำระล้างมลทินของตน  

 

                                                                 

                                                                             โบสถ์ลุ่มน้ำเค็มมีเสาค้ำด้านนอก

 

                โบสถ์ของวัดบางกระดี่มีลักษณะที่เรียกว่า โบสถ์ลุ่มน้ำเค็ม คือมีเสาเรียงรายอยู่ด้านนอกช่วยค้ำหลังคา แทนที่จะปล่อยให้โครงสร้างที่เป็นปูนรองรับน้ำหนักเพียงอย่างเดียว  ทั้งนี้เพราะไอน้ำเค็มมีส่วนในการกัดผิวปูนให้สึกกร่อนได้  จึงต้องมีเสาช่วยค้ำ  โบสถ์ลุ่มแม่น้ำเค็มจะพบในวัดมอญตั้งแต่พระประแดงลงมาทั้งในสมุทรปราการ  สมุทรสาคร  และสมุทรสงคราม  ส่วนวัดมอญที่อยู่เหนือพระประแดงขึ้นไปจะเป็นโบสถ์ลุ่มน้ำจืดซึ่งจะไม่มีเสาด้านนอก

 

                                                      

                              เจดีย์สี่องค์เรียงรายอยู่หน้าโบสถ์สะท้อนความเชื่อเรื่องพระพุทธเจ้าสี่องค์เช่นเดียวกับคติของไทย

                                                           (พระพุทธเจ้าองค์ที่ห้ายังไม่เสด็จมา  เจดีย์จึงมีแค่สี่องค์)

 

                สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ความเป็นวัดมอญคือเสาหงส์คู่บริเวณหน้าวัด  ทั้งนี้หงส์เป็นสัตว์ที่มีความสำคัญกับชนชาติมอญอย่างมาก  มีตำนานที่เล่าถึงหงส์กับพระพุทธเจ้าบันทึกอยู่ในจารึกโบราณที่เมืองพะโคของพม่า  ตำนานเล่าว่า  ทะเลสาบแห่งหนึ่ง  มีหงส์ผู้เมียคู่หนึ่งมาเล่นน้ำ   เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จผ่าน  หงส์ตัวหนึ่งก็ขึ้นไปเหยียบหลังหงส์อีกตัวหนึ่งเพื่อถวายความเคารพ  โดยที่หงส์ตัวล่างเหยียบอยู่บนพื้นดินที่มีขนาดแค่หงส์ยืนได้ตัวเดียว  พระพุทธเจ้าจึงทรงพยากรณ์ว่า  ในภายหน้าบริเวณดังกล่าวจะกลายเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองทั้งศาสตร์และศิลป์   ต่อมาจึงปรากฏกรุงหงสาวดีอันเป็นเมืองหลวงของชนชาติมอญเกิดขึ้น ณ บริเวณดังกล่าว   อนึ่ง  เมืองพะโคของพม่าแท้จริงแล้วก็คือหงสาวดีในอดีตนั่นเอง  

                หงส์คู่ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงความเป็นมอญ  ในงานศิลปะต่าง ๆ ก็จะมีหงส์แทรกอยู่    วิทยากรชาวมอญเล่าว่า  พม่า (ซึ่งเป็นเป็นชนชาตินักรบ  ไร้วัฒนธรรม  และยังนุ่งใบไม้อยู่)  ได้มารุกรานมอญและยึดเอาศิลปะของมอญไป  โดยการลบหงส์ออกจากงานศิลปะและใส่นกยูงเข้าไปแทนที่

                ในวัดบางกระดี่ยังมีสิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่า กุฏิหมู่ ซึ่งเดิมทีเป็นบ้านของฆราวาสแต่ถูกรื้อออกมาเพื่อถวายวัด  โดยชาวมอญมีความเชื่อว่าหากคนแก่บ้านใดตายไม่ดี  หรือตายไปโดยที่ลูกหลานไม่รู้   บ้านหลังนั้นก็จะต้องถูกรื้อเพื่อถวายวัด   ลูกหลานก็จะไม่มีที่อยู่  ฉะนั้น  ถ้าลูกหลานอยากมีที่อยู่ก็ต้องดูแลพ่อแม่ของตนให้ดี  คอยปรนนิบัติยามท่านป่วยไข้  และอยู่ดูใจในยามท่านจะสิ้นลม        

 

                                                   

                                                                                              กุฏิหมู่

 

                วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของหญิงชาวมอญคือการเกล้าผมมวย  โดยยึดคติพุทธตอนพระแม่ธรณีบีบมวยผมเป็นต้นแบบ  หญิงชาวมอญจะเกล้าผมลักษณะดังกล่าวไว้ตลอดชีวิต   แต่ถ้ามีการปล่อยผมลงมาเมื่อใด  ก็จะแสดงให้คนรอบข้างรู้ว่าพ่อแม่ของตนสิ้นชีวิตแล้ว  หากคนที่ตายคือแม่  บรรดาลูกสาวจะตัดผมของแม่ส่วนหนึ่งออกมาแบ่งกัน  และจะถักผมของแม่เป็นสายเก็บไว้    เมื่อใดที่เกล้าผมก็จะใส่เส้นผมของแม่ที่เป็นสายนี้เข้าไปในมวยผมของตนด้วย  เป็นการแสดงความเคารพบุพการีของตน   เมื่อไปทำบุญที่วัดก็จะเอาสายเส้นผมของแม่ออกมาร่วมพิธีด้วย

 

                                                       

                                                         คุณยายกำลังสาธิตการเกล้าผมซึ่งภายในมีเส้นผมของคุณทวดอยู่ด้วย

 

                ความกตัญญูดูจะเป็นลักษณะของชาวมอญที่ปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัด   และน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้วิถีชีวิตของคนที่นี่ไม่ได้เลื่อนไหลไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของวันเวลา   เพราะคนที่นี่คิดถึงบรรพบุรุษและสิ่งที่บรรพบุรุษพร่ำสอนตลอดมานั่นเอง 

                เพียงแค่เริ่มต้น  ผมก็หลงรักวิถีมอญเสียแล้ว 

 

About these ads
  1. แสดงความคิดเห็น

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: